ที่มาของ..วันวาเลนไทน์

posted on 14 Feb 2008 15:51 by aaadrenaline  in Story
ตำนาน วาเลนไทน์ ทำไม ? วันวาเลนไทน์ หรือ

วันแห่งความรัก ต้องเป็น วันที่ 14 กุมภาพันธ์


วาเลนไทน์ (Valentine) คือวันที่ระลึกถึง

นักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine)

ผู้เปี่ยมไปด้วยความรักและความปรารถนาดี

ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริงแ่ต่เขาต้อง


จบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารใน

 

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หรือเมื่อประมาณ 1,728 ปี

ล่วงเลยมาแล้ว

ในจักรวรรดิโรมันประวัติความเป็นมาของเรื่องนี้

เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 3

มีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งชื่อ "วาเลนตินัส" เขาเป็นคนที่มี

ความรักและความเมตตา ต่อเพื่อนมนุษย์มาก

โดยทุก ๆ วันเขาจะแอบนำอาหารและของใช้ที่จำเป็น

ไปวางไว้ประตูหน้าบ้าน
ของคนยากจนโดยไม่ให้คนเหล่านั้นรู้ ซึ่งในสมัยนั้น
ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับในจักรวรรดิโรมัน และถือว่าใครที่
นับถือศาสนาคริสต์ จะมีความผิดร้ายแรงมาก

 

พวกคริสเตียนจึงถูกข่มเหงและทารุณกรรมอย่างหนักเพื่อบังคับให้เลิกเป็น


คริสเตียน ใครที่ไม่ยอมเลิกนับถือคริสต์จะ

ถูกทรมานและฆ่าทิ้ง วาเลนตินัส ก็รวมอยู่ในกลุ่มขบวนการ

ถูกขู่เข็ญและทรมานบังคับให้เลิกนับถือศาสนาคริสต์

แต่เขาไม่ยอมจึงถูกจับเข้าคุก


ในขณะที่เขาถูกจับขังคุกนั้น ก็พบรักกับสาวตาบอด

 

ซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในนั้นและด้วยความรักและคำอธิษฐาน

ของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของคนรักของเขาซึ่งเธอตาบอด

หายเป็นปกติ จากเหตุการณ์นี้เองจึงทำให้ผู้คุมและครอบครัวของ

เขาหันมานับถือศาสนาคริสต์ เมื่อความนี้นี้เองรู้ถึงจักพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ของโรม

พระองค์ทรงกริ้วมาก สั่งให้ลงโทษวาเลนตินัสในข้อหาเป็นคริสเตียน

อย่างหนักด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ

ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น

เขาได้เขียนจดหมายสั้น ๆ เป็นการอำลาส่งไปให้หญิงคนรัก

ของเขาและลงท้ายในจดหมายว่า "จากวาเลนไทน์ของเธอ"

 

 

 

รุ่งขึ้นของเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 วาเลนตินัส
ก็ถูกนำไปตัดศีรษะและเอาศพไปฝังไว้ที่เฟลมิเนี่ยนเวย์

ซึ่งภายหลังมีการสร้างโบสถ์หลังใหญ่คร่อมสุสานของเขาไว้
เพื่อเป็น อนุสรณ์รำลึกถึงชีวิตและความรักอันยิ่งใหญ่ของเขา

คนทั่วไปประทับใจกับความรักของเขาจึงยึดถือเอาวันที่
14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น "วันวาเลนไทน์"

ภาษาอังกฤษเรียกว่า Saint Valentine's Dayหรือ

Valentine'sDay

หรือวันแห่งความรัก ซึ่งต่อมาได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรปและอเมริกา

และเข้ามาในทวีปเอเชียด้วย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet