คุณครูเหนื่อยแค่ไหน
posted on 16 Jan 2008 08:43 by aaadrenaline in Storyยังคงจำได้ว่าตอนเราเรียนหนังสือน่ะ
มีคุณครูหลายท่านที่ต้องเคี่ยวเข็ญเรา
(ขอเรียกอาจารย์ว่าคุณครูดีกว่านะ เราว่าฟังแล้วเป็นคำที่มีความหมายลึกกว่าคำว่าอาจารย์น่ะ)
เริ่มตั้งแต่ตอน ป.2 มีคุณครูตุ๊ก โรงเรียนวัดกำแพง
คอยจ้ำจี้จ้ำไช ติวหนังสือให้เราเพื่อที่จะให้สอบชิงทุนให้ได้(แบบว่าเป็นเด็กที่สอบแข่งขันมาตลอดน่ะ)
และในที่สุดก็สำเร็จ เราสอบได้ที่ 1 ในระดับ ป.2 ของกทม.(ทำได้ไงเนี่ย....)
ช่วงป.3 ก็มีคุณครูวิทยาศาสตร์ (ชื่อไรจำไม่ได้แล้วง่า) ติววิชาวิทยาศาสตร์เพื่อให้สอบทางวิชาการ
เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์กับเพื่อน ๆ อีก 2 คน สรุปว่าก็สอบได้เป็นอันดับที่ 3 ของกทม.(เพื่อนๆ เก่งมาก)
ตอน ป.4-5 ย้ายมาเรียนที่สุพรรณบุรี คุณครูสุรชัย เคี่ยวเข็ญให้เล่นกีฬาวอลเล่ย์บอล ไปแข่งระดับโรงเรียน
ระดับเขต และก็ทัวร์นาเม้นท์ต่างๆ ก็ได้ผลมาเป็นที่น่าพอใจมากๆ
ตอน ป.6 ย้ายกลับมาเรียนที่ร.ร.วัดบุญยประดิษฐ์ ก็มีคุณครูอรพรรณ คอยส่งไปสอบแข่งขันระดับต่างๆอยู่เรื่อย
ได้ผลมาเป็นที่น่าดีใจและพอใจสำหรับเรา จนจะได้รับรางวัลจากพระเทพฯ อยู่แล้ว
แต่บังเอิญเราต้องย้ายกลับสุพรรณก่อน ก็เลยต้องสละสิทธิ์น่ะ
ตอน ม.ต้น ย้ายกลับมาที่สุพรรณอีกครั้ง คราวนี้ได้เป็นเด็กกิจกรรมของโรงเรียนเลยล่ะ
มีตั้งแต่เป็นตัวแทนเข้าค่ายลูกเสือโลก แข่งสอบ แข่งกีฬา แข่งกิจกรรมต่างๆ จิปาถะ
แต่ที่เล่ามาน่ะเรื่องดีทั้งนั้น เรื่องแย่ๆ ก็มีเราน่ะท็อปด้านเรียนแล้ว ก็ท็อปด้านเกเรด้วยนะ
ใครๆก็ว่าเรียนเก่งได้ไง ไม่ค่อยเข้าเรียน โดดเรียนบ่อย มาสาย แต่งตัวผิดระเบียบ
งานไม่ส่ง ทะเลาะวิวาทก็มีนะ ((ทั้งนี้เด็กๆ ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะจ๊ะ))
แต่ก็ผ่านพ้นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อมาได้ จนใครๆก็เอือมระอาเลยนะ
เพราะว่ามีคุณครูคอยสอน คอยพร่ำบ่น เปรียบเสมือนพ่อ แม่ คนที่2
ซึ้งในพระคุณจริงๆ ค่ะ แล้วตอนนี้คุณครูทุกท่านจะทราบไหมคะ ว่าลูกศิษย์ดื้อๆคนนี้
ได้ทำงานในหน่วยงานของรัฐ ได้ทำงานในตำแหน่งที่ถือว่าไม่อายใคร
ได้ใช้ความรู้ที่คุณครูเพียรยัดใส่สมองกลวงๆอันนี้ ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย
ได้เพราะคำสอนของ "คุณครู" ค่ะ
""ไม่มีรักใดใหญ่เท่ารักของพ่อแม่ ไม่มีรักใดจริงแท้เท่ารักของคุณครู""
